สมองพิการ(Cerebral Palsy) หรือคำย่อที่นิยมเรียก
คือ ซี พี (C.P.) ไม่ใช่เป็นโรคเฉพาะ
แต่เป็นคำรวมของกลุ่มอาการของผู้ป่วยเด็กที่มีความพิการอย่างถาวรของสมอง
ความพิการนี้จะคงที่และไม่ลุกลามต่อไป
ซึ่งมีผลให้การประสานงานของการทำงานของกล้ามเนื้อบกพร่อง
ส่งผลให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวและการทรงท่าที่ผิดปกติ เช่น การเกร็งของใบหน้า
ลิ้น ลำตัว แขน ขา การทรงตัว การทรงท่าในขณะนั่ง ยืน เดิน
ผิดปกติหรืออาจเดินไม่ได้ นอกจากนี้ อาจมีความผิดปกติในการทำงานของสมองด้านอื่นๆ
ร่วมด้วย เช่น มีความบกพร่องในการมองเห็น ได้ยิน การรับรู้ การเรียนรู้
สติปัญญา และโรคลมชัก เป็นต้น
สาเหตุ
อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ประมาณร้อยละ 25 หาสาเหตุที่ชัดเจนไม่ได้
แต่ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในช่วงระยะเวลาที่มีการเจริญเติบโตของสมอง คือ
ตั้งแต่ระยะที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 7-8 ปี
ลักษณะของเด็กสมองพิการ
เด็กสมองพิการ มีหลายชนิด
แต่ส่วนใหญ่จะอ่อนปวกเปียก และจะค่อยๆ เกร็งมากขึ้นทีละน้อย
ลักษณะที่เห็นได้ชัดเจนของเด็กสมองพิการ ได้แก่ กล้ามเนื้อหดตัวและเกร็ง
พบความผิดปกติของการควบคุมการเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวช้า เก้งก้าง และมีอาการเกร็ง
กลุ่มนี้พบมากที่สุด
บางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้อควบคุมการเคลื่อนไหวได้ยาก
แขน ขาไม่สัมพันธ์กัน หันออกไปตามทิศต่างๆ ส่วนชนิดที่มีอาการสั่น เดินเซ
ควบคุมการทรงตัวได้ไม่ดี เป็นชนิดที่พบน้อยที่สุด
ในกรณีที่เป็นแบบผสม
จะพบลักษณะร่วมกันตั้งแต่ 2 ชนิด เช่น มีอาการเกร็ง ร่วมกับมีอาการเคลื่อนไหวของแขนและขาไม่สัมพันธ์กัน
หันไปคนละทิศ หรือมีอาการเกร็งและควบคุมการทรงตัวไม่ได้ มีอาการสั่น เดินเซ
เป็นต้น
อาการผิดปกติของเด็กโรคสมองพิการ
ไม่สามารถตั้งคลานได้
มีอาการเกร็งของแขนและขาทั้งสองข้าง
มีอาการเกร็งของแขน ขา ซีกใดซีกหนึ่ง
เมื่อฉุดเด็กนั่ง คอเด็กจะตกไปข้างหลัง
มีการกำมือตลอดเวลา แม้อายุมากขึ้น
ขณะนั่งและยืน
เด็กไม่สามารถวางเท้าราบกับพื้นได้
เด็กอ่อนปวกเปียกขณะถูกอุ้ม
เด็กไม่สามารถทรงตัวได้
โรคสมองพิการชนิดหดเกร็ง
ประเภท spastic quadriplegia มีอาการของแขนขาทั้งหมด โดยขา 2 ข้าง
มีอาการมากกว่าแขน และในส่วนของแขน มีความผิดปกติให้เห็นชัดเจน
เกิดจากพยาธิสภาพในสมองที่ใหญ่และรุนแรง มักจะมีความผิดปกติในส่วนอื่นของร่างกายร่วมด้วย
รวมทั้งปัญหาการดูด กลืนและการพูด
กลุ่มที่2 Children with Learning Disabilities L.D
LD คืออะไร?
ความบกพร่องของกระบวนการเรียนรู้
ที่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง
ทำให้ความสัมฤทผลด้านการเรียนต่ำกว่าความเป็นจริง ความบกพร่องนี้อาจเกิดขึ้นเฉพาะความสามารถด้าน
ใดด้านหนึ่ง เช่น การอ่าน การเขียน การสะกดคำ การคำนวณ หรือหลายๆด้านร่วมกัน
สาเหตุของ
LD
ความผิดปกติของการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้
(เชื่อมโยงภาพตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้)
กรรมพันธุ์
ปัญหาการเรียน
ปัญหาการพูด
มีปัญหาในการฟังและพูด เช่น พูดช้าพูดสับสน
เรียบเรียงประโยคไม่ค่อยได้ หาคำพูดเพื่อมาตอบคำถามไม่ถูกต้อง
ปัญหาการเขียน
มีความลำบากในการอ่าน การเขียน และ การสะกดคำ เช่น อ่านไม่เข้าใจ
อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านตัวอักษรสลับกัน
ปัญหาการคำนวณไม่เข้าใจแนวคิดของพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ทำเลขไม่ได้
ปัญหาในกระบวนความคิดสับสนในการเรียบเรียงและบูรณาการข้อมูลและความคิดต่างๆ
วิธีการช่วยเหลือเด็ก
สอนเสริม
ควรจัดให้เด็กเรียนในชั้นเล็กๆ
หรือมีห้องพิเศษที่จัดไว้สอนเด็กที่มีปัญหาคล้ายๆกัน หรือให้มีการเรียนตัวต่อตัว
ที่เรียกว่า resource room
สอนไปตามขั้นตอนเท่าที่เด็กรับได้
ไม่ควรเร่ง และจะต้องให้เหมาะกับเด็กเป็นรายๆไป เขียนแผนการเรียรายบุคคล (Individualized Educational Plan-IEP)
สอนซ้ำๆจนเด็กสามารถก้าวหน้าทีละขั้น
เน้นไปในสิ่งที่เด็กทำได้ ให้กำลังใจและชมเชยเมื่อเด็กก้าวหน้าขึ้น
สอนเด็กในช่องทาง (channel) ที่เด็กรับได้ เช่น หากเด็กมีปัญหาในด้านการรับเสียงแต่การรับภาพปกติ สอนโดยใช้ภาพ เช่น ให้ดูรูปมากขึ้น หากเด็กมีปัญหาในการรับภาพ
ก็สอนโดยใช้เสียงมากขึ้น เช่น เด็ทอ่านหนังสือไม่ได้ พ่อแม่ก็อ่านหนังสือให้ฟัง
เป็นต้น
ใช้วิธีเรียนรู้หลายรูปแบบ (multimodal
technique) ตามช่องทางที่เด็กเรียนรู้ได้
เช่น เด็กที่อ่านไม่คล่อง พ่อแม่อาจอ่านหนังสือแล้วอัดเทปไว้ให้เด็กมาเปิดฟัง
ถ้าเด็กอ่านข้อสอบไม่ได้ อาจต้องขอให้คุณครูอ่านข้อสอบให้เด็กฟังเป็นพิเศษ
ใช้เครื่องมือต่างๆเข้ามาช่วยเด็ก
เช่น เด็กที่มีปัญหาการเขียนอาจใช้เครื่องพิมพ์ดีดหรือเครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วย
เด็กที่มีปัญหาการคำนวณควรอนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข
ส่วนเด็กที่มีปัญหาการอ่านก็ใช้เครื่องอัดเทปมาช่วย
เด็กที่สับสนเกี่ยวกับตัวอักษรก็ควรฝึกโดยใช้ตัวอักษรพลาสติกให้เด็กจับต้อง
เพื่อให้เรียนรู้ทางการสัมผัสด้วย เป็นต้น
แก้ไขอาการสมาธิไม่ดีหรือโรค ADHD ที่มีร่วมด้วย
กลุ่มที่3 Children with Attention Deficit and Hyperactivity
โรคสมาธิสั้น (ADHD) ย่อมาจากคำว่า Attention
Deficit Hyperactivity Disorder
เป็นโรคที่พบได้ บ่อยในวัยเด็ก
โดยที่เด็กจะไม่สามารถควบคุมสมาธิและการเคลื่อนไหวของตนเอง
ได้ จึงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
เช่น ผลการเรียนตกต่ำ แม้ระดับสติปัญญาจะปกติ มีปัญหาด้าน
ความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ถึงแม้จะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ยังพบว่าหนึ่งในสามของเด็กยังคงมีอาการอยู่บ้างหรือ
บางคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ยังอาจมีอาการเต็มรูปแบบอีกด้วย ซึ่งยังเพิ่มโอกาสการเกิดพยาธิ สภาพทางจิต
อื่นๆ ตามมา
ADHD เป็นภาวะผิดปกติทางจิตเวชที่มีลักษณะเด่นอยู่
3 ประการ คือ
1.
Inattentiveness คือ มีช่วงสมาธิสั้นกว่าปกติและมักจะวอกแวกง่าย (distractibility)
2.
Hyperactivity คือ มีลักษณะอยู่ไม่นิ่ง อยู่ไม่สุข ซุกซนผิดปกติ
3.
Impulsiveness คือ มีลักษณะหุนหันพลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจในการทำอะไร
ต่างๆ
สาเหตุของโรคสมาธิสั้น
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ใครทราบว่าเกิดจากอะไร
จากการศึกษาการทำงานของสมองของคนเป็นโรคสมาธิสั้นพบว่าสมองบางส่วนมีการทำงานน้อยกว่าปกติ
และยังพบอีกว่าแม่ที่สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือใช้ยาเสพติดระหว่างตั้งครรภ์
อาจจะมีผลทำให้สมองเด็กมีปัญหาในการพัฒนา
นอกจากนั้นยังพบว่าสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อมก็น่าจะมีส่วนทำให้เกิดโรคนี้